วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

ธรรมะที่ได้รับจากการปฏิบัติธรรม คอร์สหลวงพ่อมานพ

ก่อนไปเข้าร่วมอบรมมีความรู้สึกทุกข์ใจ พยายามมองใจตัวเรา มองความรู้สึกมันก็บอกไม่ได้ ไม่ชัดเจนว่าคืออะไร บอกได้แค่ว่าทุกข์ๆ เศร้าๆ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนแปลงง่ายตามโลกบาลธรรมที่มากระทบ พอรู้ตัวว่าจะได้ไปปฏิบัติ ก็พยายามคิดและคอยบอกตัวเอง ต้องทำตัวเป็นแก้วน้ำที่ไม่เต็ม แล้วไปรอบนี้จะได้อะไรกลับมา ก็พยายามปฏิบัติอย่างเอาใจใส่ตลอดช่วงเวลา 4 วันที่ได้ปฏิบัติ ออกก่อนจบคอร์ส 1 วัน เพราะหมอดันนัดตรวจฮอร์โมน ไม่ไปก็ไม่ได้งั้นต้องรอไปอีกเดือน ก็ตั้งใจปฏิบัติเรื่อยๆ นะ ประมาณวันที่ 3 หลวงพ่อมานพท่านเทศน์เรื่องนี้ที่อยู่ตรงใจพอดีว่า รู้ไหมว่าดวงจิตเศร้าหมอง และเราเงยหน้าขึ้นมองท่าน มีความรู้สึกเหมือนท่านมองเรา เหมือนพูดให้เราอย่างงั้นหล่ะ ซึ่งที่ท่านเทศน์ก็ตอบโจทย์ในใจของเราได้

ท่านเทศน์ว่า คนเราไม่ค่อยรู้ตัวหรอกว่ามีจิตเศร้าหมอง ทั้งนี้เพราะเราไปยึดกับตัวบุคคล ตัวเรา ตัวเขามากเกินไป ยิ่งคน / บุคคลใดที่เราใส่ใจ เราให้ความสำคัญ เรามีความรู้สึกดีด้วย เรายิ่งมีความผูกพัน พอคิดว่าจะมีอะไรมากระทบบุคคลอันเป็นที่รัก และเราไม่ได้มองโลกตามความเป็นจริง เราก็เศร้า ไม่สบายตัว หากไม่มีสติ แล้วรู้สึกอย่างนี้เกิดขึ้นในดวงใจเราบ่อยๆ จิตของเราก็เศร้าหมอง แหมท่านเทศน์โดยใจจริงๆ น้ำตาซึมไปเลย เลยเปลี่ยนท่าทางจากมองหน้าท่าน เป็นก้มหน้าลงไปเลย  และท่านปล่อยหมัดเลย ยกตัวอย่าง เช่น พ่อแม่ของเรา ตอนนี้เริ่มจะฮือ ฮือ แล้ว เราก็รู้ว่า ความตาย ความเจ็บป่วยไม่สบายเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรารักมาก ผูกพันมาก พอคิดว่าเรื่องอย่างนี้ใกล้ตัวก็รับไม่ได้ เพราะยึดไว้ ติดไว้ และไม่ยอมรับความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นนะเหรอก็ทุกข์ใจ เศร้าใจ คิดบ่อยๆ ก็ทำให้ใจเศร้าหมอง เฮ้อ ตรงใจจริงๆ เงยหน้าขึ้นทีไร เหมือนท่านหันมามองและเหมือนเทศน์ให้เราจริงๆ พอฟังเสร็จ ก็ตอบโจทย์เรียบร้อยแล้วว่า จิตเราลงไปถึงระดับความเศร้าหมองจริงๆ เรายึดหน่วงไว้จริงๆ และสาเหตุก็เป็นไปตามที่เทศน์จริงๆ ดีใจมานิดนึง ได้แต่คิดในใจว่า แล้วจะแก้อย่างไรดี เพราะเรารู้แน่ๆ ว่าเป็นประเด็นที่เรารู้และเราไม่ยอมวางแน่ๆ ท่านก็เหมือนรู้ใจ ท่านเทศน์ต่อไปว่า แนวทางที่จะไม่ให้จิตเศร้าหมองมันก็ไม่ยากหรอก ฝึกสติของเราให้แข็งแรง ตามดูตามรู้ด้วยความรวดเร็ว จิตเราไม่ได้อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน เพียงแค่สิ่งที่เราใส่ใจมันเป็นเหมือน Key message ขณะที่เรื่องอื่นๆ นะเป็นประโยครอง เราให้ความสนใจแต่ Key Message ไม่สนใจประโยครอง อารมณ์มันก็จม ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้ประโยครองอื่นๆ ที่เรารับรู้มีความสำคัญขึ้นมาและทำให้มีความสำคัญมากกว่า Key message ได้แล้ว เราก็จะเลิกจมกับความรู้สึกตาม Key message นั้น เท่านั้นหล่ะ Get idea แล้ว ถ้าเราสติเร็วตามดูและรู้อารมณ์ทันแล้ว เราจะไม่มีเวลาไปใส่ใจเรื่องราว หรือพัฒนาความคิดให้เราเกิดความทุกข์และเศร้าหมอง ซึ่งการไปปฏิบัติครั้งนี้ถือว่า โอเค ขอบอกว่า เปรียบเสมือนฟื้นคืนสติขึ่นมาอีกครั้ง สาธุ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น