วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

บทเรียนมาแผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น - 3

เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์

เสียทีจริงๆ ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ คุณรู้กันไหมว่า กว่าเราจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์มันอยากแค่ไหน อย่าบอกนะว่าไม่ยากหรอกก็แค่ผลผลิตของการมีเพศสัมพันธ์ เราลองพิจารณาดูสิ หากเรายังไม่มีความเชื่อเรื่องภพภูมิ ไม่ต้องพูดถึงภพภูมิที่มองไม่เห็น เทวดา พรหม ไม่ต้องพูดถึง เราลองมาดูกัน เราพิจารณาในบริเวณบ้านของเรา เรากล้าตอบเต็มปากเต็มคำหรือเปล่าว่า อันตัวเรา กับสัตว์ตระกูลมดแมลงในบ้านของเราใครมีมากกว่ากัน แล้วมีเหตุผลกลใดทำให้เราเกิดเป็นมนุษย์ไม่เกิดเป็นมด แมลง ในบ้านของเรา อย่าตอบเชียวนะว่า ก็พ่อแม่เราไม่ได้เป็นมด แมลง ซึ่งว่ากันตามหลักวิทยาศาสตร์นั่นก็ใช่ แต่ลองคิดให้ลึกกว่านั้น เรามีกรรมเวรผูกพันใดทำให้มาเกิดกับพ่อแม่คนนี้ทำไมไม่เป็นคนอื่น ทำไมเราไม่ไปเกิดเป็นลูกเศรษฐีมีคนรองมือรองเท้า คิดกันบ้างหรือเปล่า

ถ้าว่าตามความรู้ทางศาสนา เคยได้ยินมาแต่อาจจำได้ไม่หมด การที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ยากขนาดว่า ทั่วทั้งมหาสมุทรทั้ง 4 มีดุมเกวียน มีรูขนาดเอาไม้แหย่ได้ (เปลี่ยนแปลงนึดนึงจะได้เห็นภาพ) มีเต่าตาบอดตัวนึง เวลายาวนานเป็นกัปเป็นกัลป์จะโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำสักทีนึง โอกาสเกิดเป็นมนุษย์เท่ากับการที่เต่าตาบอดตัวนี้โผล่มาเหนือน้ำแล้วหัวของเต่าเสียบเข้าไปในรูดุมเกวียนที่ลอย เท่งเต้งอยู่กลางมหาสมุทร คิดดูสิมันยากแค่ไหน วันใดที่เราคิดทำร้ายตนเอง คิดฆ่าตัวตาย ก็นึกให้ทันนะ ชาติหน้าไม่ได้เป็นมนุษย์แน่ ดังนั้นเราได้ภพภูมิที่ดีแล้ว เราใช้โอกาสของเราคุ้มค่าหรือยัง

พวกทัพพีไม่รู้รสแกง

เป็นกันจริงๆ จังๆ เราก็เป็นไอ้ทัพพีนี้ ทัพพีมันอยู่ในแกงหม้อไหน อาหารมีราคาแพงแค่ไหน เราก็ไม่รู้รส ก็เหมือนเราเกิดในพุทธศาสนา ประเทศไทยหาวัดวาได้มากแทบจะที่สุดในโลก แต่เรากลับรู้แค่ความรู้พื้นๆ ของพุทธศาสนา ซึ่งศาสนาอื่นก็มี ซึ่งความรู้พื้นๆ ช่วยให้หลุดพ้นหรือป่าว บางทีก็กลายเป็นการสนับสนุนกิเลสอีกต่างหาก มัวกิเลส เมาบุญ

รู้ไหมมีคนเปรียบเทียบว่า โอกาสเกิดเป็นมนุษย์ว่ายากแล้วโอกาสเกิดมาเจอพุทธศาสนายิ่งยากยิ่งขึ้น ดูทางสถิติของโลก คนนับถือศาสนาพุทธทั่วโลกมีประมาณร้อยละ 6 ของประชากรโลกเท่านั้น ประเทศไทยคนนับถือศาสนาพุทธแทบจะเดินชนกันตาย รู้อะไรบางหล่ะเกี่ยวกับศาสนาพุทธ พุทธตามทะเบียนบ้านกันทั้งนั้น

เราเองก็เป็นคิดได้ แต่ทำไม่ได้ ก็พยายามทำอยู่ แต่เห็นใจเพื่อนๆ ด้วยกัน เค้าบอกให้เขียนออกมาก็ต้องเขียน กลับมาว่ากันต่อ โอกาสเจอศาสนาพุทธนั้น ผู้รู้เปรียบไว้ว่า ถ้าโคตัวนึง จำนวนคนเท่ากับจำนวนคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ และจำนวนเขาโค เท่ากับจำนวนคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วพบพุทธศาสนา ดังนั้น ท่านๆ คิดเอาเองว่าโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา

น่าเสียโอกาสแค่ไหนที่ท่านเรียนรู้แค่ธรรมะเบื้องต้น เพลินใจ ใจชื้นกับการให้ทาน ศีลไม่สนใจรักษา ภาวนาไม่เคยลองดู มองผ่านๆ เห็นคนเริ่มตื่น เริ่มเดิน เริ่มหัดปฏิบัติก็คิดว่าเป็นของแปลก คิดแค่นี้ยังดี หากไปดูต่อว่าไอ้พวกปฏิบัตินี้ ทำไมมันปฏิบัติเราเป็นอย่างนี้ เราไม่ปฏิบัติเรายังเป็นที่ดีกว่า ขอให้จำให้เป็นจริงๆ จังๆ เลยว่า เวลาคนอื่นเค้าปฏิบัติอยู่ก็คือช่วงเวลาในการขัดเกลาของเค้า เค้าไม่ปฏิบัติคงยิ่งกว่านี้ และเค้าเป็นอย่างไร ทำอะไรก็เรื่องของเค้า แต่เรากลับใช้เรื่องของเค้ามีตัดรอนโอกาสทำดีของเรา นั้นก็กรรมของเรา

ว่าจะเขียนแค่นี้แล้วหยุดไว้ก่อน ก็มีเหตุการณ์มาทำให้ต้องเขียนต่อไป สงสัยต้องเขียนให้เสร็จทีเดียว

กลับมาว่ากันต่อ คราวนี้มาพิจารณาว่า เราใช้โอกาสคุ้มค่าไหม ของมีค่ามีคุณสูงสุด ใกล้ตัวไม่รู้จัก ไม่มีเวลา แต่เวลาไปต่อแถวคิวยาวซื้อโดนัท ซื้อเครื่องมือสื่อสารนะทำได้ ลองคิดดู คิดดูให้บ่อยๆ จะได้รีบลงมือปฏิบัติ รู้ได้ไงว่าเราจะไม่ตายในวันนี้พรุ่งนี้ ว่าไปว่ามา ก็เราเป็นทัพพีจะไปรู้รสแกงได้อย่างไร

โอกาสดีในการทำบุญใหญ่ให้ญี่ปุ่น

ในเหตุการณ์เศร้า เหตุการณ์เลวร้ายนี้ เราจะทำบุญใหญ่ให้ได้อย่างไร เราตั้งจิตดีๆ ยกให้คนญี่ปุ่นที่ตายเป็นครูของเรา หนึ่ง ความตายเป็นของแน่นอน ทุกคนต้องตายแน่ สัตว์โลกมีกรรมเป็นของโลก ให้เร่งหน้าลงมือปฏิบัติซะ อย่ามัวอ้างโน้นอ้างนี่ สอง โอกาสที่เราดีกว่า ยังมีชีวิต มีลมหายใจอยู่ ใช้โอกาสให้คุ้มค่า ลงมือปฏิบัติซะ ตอนเช้าอารมณ์ท้อแท้ไม่อยากปฏิบัติ ญี่ปุ่นมาเป็นครูเรา มีการถามตัวเองว่า เราทำไมไม่มีความเพียรเลย คนญี่ปุ่นเหล่านั้นเค้าหมดโอกาสแล้ว ทำไมเราไม่ใช้โอกาสของเราที่มีให้ดีที่สุด เท่านั้นหล่ะ จิตก็ตื่นตัวขึ้นมา พอเป็นอีกก็ใช้อุบายนี้เลย ก้ลองใช้กันดู เผื่อจะหายขี้เกียจ เผื่อจะขยันขึ้นมาบ้าง

อ่านมาซะยืดยาวไม่ใช่อะไรหรอก มีความจำเป็นต้องเขียน และรู้ว่าวัตถุประสงค์ของคนที่ให้เขียน เค้าคงมีเจตนาให้เขียนให้เกิดความสำนึกทั้งคนเขียนและคนอ่าน ก็เขียนมาซะขนาดนี้แล้ว ท่านๆ ก็คงจะพอใจ หากคนอ่านคิดว่าก้าวล่วงใดๆ ก็ขออโหสิกรรม ณ ตรงนี้เลย ถ้าคิดว่าเป็นประโยชน์ (สำนึกตัวแบบไม่โกรธคนเขียน) ก็ขออนุโมทนา สาธุเอาแล้วกันนะ และหากใครสามารถเพียรข้ามฝั่งได้ ก็อย่าลืมแผ่ส่วนบุญให้ทั้งคนเขียนและเพื่อนที่มีโอกาสได้อ่านงานนี้ก็แล้วกัน

ผู้เริ่มเดิน
17 มีนาคม 2554
19.00 น.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น