วันนี้ก่อนตื่นขึ้นมา กำหนดนอนสมาธิ มีเรื่องแปลกๆ แวบขึ้นมา ก็ลองตามดู เรื่องมาอยู่ว่า ความรู้สึกเหมือนอยู่ในที่ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งเหมือนวัดป่าทะเมนชัยแต่ก็ไม่ใช่ มีตุงคล้ายทางภาคเหนือแขวนอยู่ และมีการปฏิบัติธรรมในลักษณะที่ต่างคนต่างปฏิบัติ แต่คนที่ร่วมปฏิบัติงานนี้ค่อนข้างแปลก กลับเป็นพี่สาวคนที่ 2 ที่ยังไม่เคยปฏิบัติธรรมเลย เราก็เห็นว่า เค้าเกาะกางเกงแน่นเลย ไม่เหมือนวางมือเดินจงกรม แต่ลักษณะการเกาะเหมือนกางเกงหลุด เราก็เข้าไปสอบถามว่าทำไมถึงกดซะแน่นเชียว และเพื่อนนักปฏิบัติอีก 4 – 5 คน มีทั้งคุ้นและไม่คุ้นหน้าก็มาช่วยกันแก้ไขและหาสาเหตุกันใหญ่เลย ปรากฏว่าเลยไม่ได้ปฏิบัติกัน แต่ก็สมมติกันไปต่างๆ นาๆ แต่ก็ชักจูงให้พี่สาวเกิดความผ่อนคลายไม่ได้ ซึ่งหลวงพ่อคล้ายเจ้าอาวาสวัดป่าทะเมนชัย ท่านเดิมยิ้มออกมา และสอบถามสาเหตุการประชุมกันนั้น พวกเราก็ชี้แจงสถานการณ์และสมมติฐานต่างๆ ที่เราค้นหาสาเหตุกัน สิ่งที่ปรากฏตามมาคือ รู้สึกเหมือนท่านไม่สนใจเท่าไหร่ในส่งที่พวกเราพูดแต่รับรู้ได้ว่า ท่านสนใจในการแก้ปัญหา และท่านได้แนะนำพี่สาวด้วยประโยค สองประโยค พี่สาวกลับมาปฏิบัติได้ พวกเราก็งงหันไปดูด้วยความสนใจ ท่านก็ยิ้มให้ไม่พูดอะไร แต่ความรู้สึกรับรู้ว่า อะไรบางอย่างเราไม่จำเป็นต้องมุ่งแสวงหาเหตุและผลหรอก แต่เร่งหาอุบายที่ประหยัดเวลาแต่ทำให้สำเร็จจะดีกว่า และในความรู้สึกนั้น ป้าที่เป็นนักปฏิบัติและเป็นไวยาวัจกรวัดก็พูดกับท่านเจ้าอาวาสว่า เดี๋ยวมีคนศรัทธาเยอะแยะหรอก ท่านก็บอกว่าแค่นี้ก็ได้แยะแล้ว
ข้อสรุปที่ได้มา
ในการปฏิบัติธรรม ไม่จำเป็นต้องมีวิจิกิจฉาเยอะแยะ ไม่ต้องวุ่นวายแสวงหาเหตุและผลทางโลกหรอก แค่เร่งปฏิบัติเร่งความเพียร ผลักดันตัวเองและหาอุบายให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้จะดีกว่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น